FDA อนุญาติให้นำยารักษาโรคเอดส์มาปรับใช้กับโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบี
ผู้ป่วยที่ตับถูกทำลาย เนื่องจากได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบ ชนิดบี หรือ Hepatitis B มีโอกาสจะได้รับการบำบัดรักษา
ที่ดียิ่งขึ้น เพราะขณะนี้
องค์การอาหารและยาของสหรัฐ หรือ FDA อนุญาติให้นำยาที่ใช้รักษาโรคเอดส์ มาปรับใช้ในปริมาณที่ต่ำลง
เพื่อรักษาผู้ป่วยด้วยโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบี
องค์การอาหารและยาของสหรัฐ ยอมรับว่ายา
3TC
หรือ
Lamivudine
ในปริมาณต่ำของบริษัทGlaxo Wellcome Inc
สามารถต่อต้านอาการที่ตับถูกทำลาย เนื่องจากตับอักเสบเรื้อรังได้ ทั้งนี้
ผู้ป่วย HIV จะต้องใช้ยาดังกล่าว เพื่อต่อสู้กับเชื้อ AIDS
ในปริมาณที่มากกว่าผู้ป่วยด้วยเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี ถึง ๓ เท่า
บริษัท Glaxo ระบุว่า จะจำหน่ายยาสำหรับใช้กับโรค
ไวรัสตับอักเสบ ภายใต้ชื่อ
Epivir HBV
โดยจะมีราคาต่ำกว่ายาที่ใช้กับผู้ป่วยโรค AIDS ประมาณครึ่งหนึ่ง
สำหรับยา 3TC นี้ ไม่สามารถรักษาโรคไวรัสตับอักเสบชนิด บี อันเป็นสาเหตุสำคัญให้คนอเมริกันประมาณ ๑ ล้านคน
เป็นโรคตับแข็ง (Cirrhosis) หรือมะเร็งตับ ( Liver Cancer) แต่ยาดังกล่าว จะทำให้จำนวน Hepatitis ในเลือดลดน้อยลง
ซึ่งส่งผลให้ตับของคนไข้มีอาการดีขึ้น
ยา 3TC นี้ ไม่สามารถรักษาโรคไวรัสตับอักเสบชนิด บีได้
แต่ยาดังกล่าว จะทำให้จำนวน Hepatitis ในเลือดลดน้อยลง
ซึ่งส่งผลให้ตับของคนไข้มีอาการดีขึ้น
ปัจจุบันผู้ป่วยด้วยโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบี
มีทางเลือกเพียงทางเดียวคือ การใช้
interferon-alpha
ซึ่งยังไม่มีการนำมาเปรียบเทียบกับยา 3TC ดังนั้นจึงยังไม่มีใครทราบว่าวิธีใดจะได้ผลดีกว่ากัน
3TC เป็นยาเม็ด มีฤทธิ์ ยับยั้งการสร้าง Enzyme Reverse transcriptase, ซึ่งเป็น enzyme ที่ใช้ในการเพิ่มจำนวน
ทั้งเชื้อ HIV and the hepatitis B virus
จากการศึกษาผู้ป่วยชาวอเมริกัน ที่ติดเชื้อในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง พบว่า
ผู้ใช้ยา 3TC ๕๕ เปอร์เซ็นต์
มีพัฒนาการที่ดีขึ้น
เมื่อแพทย์ได้ทำการตัดเนื้อมาตรวจ ในขณะที่ผู้ใช้ยาเม็ดชนิดอื่น มีอาการดีขึ้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม
ยังไม่มีใครทราบอย่างแน่ชัดว่า ผู้ป่วยด้วยโรคไวรัสตับอักเสบ ควรจะใช้ยา 3TC เป็นระยะเวลานานเท่าไร
เพราะขณะนี้เพิ่งจะมีการศึกษามาได้เพียงแค่ปีเดียว ซึ่งผู้ทำการศึกษากล่าวว่า
สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ
ยาชนิดนี้จะต้องถูกสั่งใช้โดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และจะต้องมีการสังเกตุการณ์ถึงผลของยา
อย่างใกล้ชิด
ก่อนที่จะตัดสินใจว่า ถึงระยะเวลาของการใช้ยา
สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงอย่างมาก ก็คือ ผู้ป่วยโรคตับอักเสบ จะต้องผ่านการตรวจ HIV ก่อนใช้ยาตัวใหม่
นอกจากนี้ ยังจะต้องตรวจอีกครั้งในระหว่างการใช้ยาเพื่อรักษาด้วย เนื่องจากว่า ถ้าผู้ป่วยมีเชื้อ HIV การใช้ยา 3TC
ในปริมาณที่ต่ำอาจทำให้เชื้อ HIV มีความรุนแรงมากขึ้นได้ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยา Epivir HBV ยังจะต้องคำนึง
ผลข้างเคียง
ที่อาจเกิดขึ้นด้วย โดยยาดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการคลื่นไส้ วิงเวียน (Nausea) ท้องร่วง (Diarrhea)
โลหิตจาง (Anemia)
และบางครั้งจะมีอาการหนาวสั่น บางรายอาจตายได้เนื่องจากมีการคั่งของ กรดแลคติค(Lactic acid)
ในเลือด
และแม้ว่าจะมีการใช้ยาในปริมาณไม่มากนัก แต่แพทย์ก็จะต้องตระหนักถึงโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงข้างต้น
Cover Story from CNN
This Web Page Design & Created by
Dr.OU
30 Dec 1998
Powered by
Copyright (c) 1998.
ThaiClinic.com
. All rights reserved.